หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่ Halal Thailand
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เดือนแห่งความประเสริฐ เดือนของรอมฎอน

ศรินธร รัตน์เจริญขจร
สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

thumb_p1250333.jpg

              เมื่อใดที่เราต้องการแก้ปมปัญหาบางอย่าง เราควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมของปัญหาเสียก่อน สิ่งแรกของการเดินเข้าสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้เขียนคิดว่า การทำความ “เข้าใจ”วัฒนธรรมของพี่น้องมุสลิมผู้นับถือศาสนาอิสลาม เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดังแนวทางดับไฟใต้จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ “เข้าใจ” เข้าถึง พัฒนา

            ความรู้เรื่องการถือบวชในเดือนรอมฎอนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ผู้เขียนตั้งคำถามว่า มีซักกี่คนที่เข้าใจจริงๆ ว่าพี่น้องมุสลิมอดอาหารหนึ่งเดือนเพื่ออะไรหรือสิ่งใด ยิ่งผู้เขียนมิใช่อิสลามิกชน แต่ต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้คนต่างวัฒนธรรม โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกกล่าวว่ามีปัญหา ความพยายามทำความเข้าใจในวัฒนธรรมที่ต่าง จึงต้องมาจากการเปิดใจกว้าง รวมทั้งการมีเพื่อนรักต่างศาสนิกที่ช่วยให้ความรู้อย่างเต็มใจ อาจเป็นผลให้การเขียนครั้งนี้ มีทั้งความถูกต้อง และความผิดพลาดบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งขอให้ความผิดพลาดประการใดที่เกิดเป็นของผู้เขียนเพียงคนเดียว และขอมาอาฟ(ขอโทษ)มา ณ ที่นี้ แต่ด้วยหวังเพียงว่าความรู้ จะก่อเกิดความเข้าใจ ผู้เขียนจึงตั้งใจและเต็มใจที่จะถ่ายทอดและส่งผ่านไปยังผู้เปิดใจกว้างทุกคน

             เมื่อค่ำคืนของวันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2549 (ตามปฏิทินสากล) ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับปีฮิจเราะฮฺที่ 1427 เป็นคืนที่ชาวมุสลิมทั่วโลก เฝ้าดูดวงจันทร์ที่เส้นขอบฟ้า ถ้าเพียงใครมองเห็นแม้เพียงเสี้ยวสว่าง นั่นหมายถึงวันรุ่งขึ้นจะเข้าสู่การถือบวชของชาวมุสลิม หรือเป็นวันแรกของเดือนรอมฎอน เดือนศักดิ์สิทธิ์ที่มุสลิมทุกคนรอคอย เพื่อชำระทั้งจิตใจและร่างกาย ให้เป็นที่โปรดปรานของเอกองค์อัลลอฮฺ และได้ใกล้ชิดพระองค์มากขึ้น สำหรับในปีนี้ ไม่มีผู้ใดเห็นดวงจันทร์ในคืนเมฆคลุมของวันศุกร์นั้น เดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวมุสลิมจึงเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 24 กันยายน 2549(ตามปฏิทินสากล)

thumb_pict0020.jpg

            นับไปอีกประมาณ 28 ถึง 29 วันจากนี้ ชาวมุสลิมจะงดรับประทานอาหารและน้ำ รวมทั้งไม่นำสิ่งใดๆเข้าสู่ช่องทางปาก(เช่นสูบบุหรี่) ตั้งแต่เริ่มมีแสงอาทิตย์ของวันใหม่ จนถึงเวลาที่แสงอาทิตย์ลับไปของแต่ละวัน โดยจะรับประทานอาหารในช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือประมาณตี 5 และรับประทานอีกครั้งตอนค่ำ หลังแสงตะวันลับขอบฟ้า คือเวลาประมาณหลัง 6 โมงเย็น โดยก่อนทานอาหารในช่วงค่ำ ที่เรียกกันว่า “แก้บวช” ชาวมุสลิมจะทานของหวาน(กลูโคส)ก่อน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำตาล ส่วนใหญ่นิยมทานอินทผลัม ผลไม้รสหวานที่ให้กลูโคสมาก อินทผลัมจึงมีความหมายและคุณค่าอย่างมากสำหรับชาวมุสลิมในเดือนบวช

         นอกจากการงดรับประทานอาหารในช่วงระหว่างวัน ซึ่งเป็นการชำระร่างกายให้สะอาดแล้ว ชาวมุสลิมยังต้องชำระจิตใจระหว่างถือบวชด้วย คือต้องสงบจิตใจ ไม่กล่าววาจาที่ไม่ดี หรือระวังไม่ให้จิตใจขุ่นมัวด้วยความโกรธ โลภหลง หงุดหงิด หรืออารมณ์เสีย

            หลักคิดของการถือบวช คือประสบการณ์ตรงเพื่อให้สัมผัสได้ถึงความอดอยากหิวโหย เป็นการฝึกความอดทนต่อความจำเป็นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ คือ อดทนต่อความหิว เพื่อให้สามารถเข้าใจผู้ทุกข์ยากจากความอดอยาก อีกมากมาย และเป็นการชำระจิตใจด้วยความอดทนมากที่สุด เพราะเมื่อเรารู้สึกหิว เราจะหงุดหงิด อารมณ์เสีย แต่ถ้าเราอดทนได้ทั้งความหิว(ร่างกาย) ด้วยการสงบจิตใจ นั่นเป็นการสำรวมทั้งทางกาย วาจา ใจ ที่จะได้ผลบุญอันสูงส่งยิ่ง

             การถือบวชเป็นหนึ่งในข้อปฏิบัติที่มุสลิมควรทำ (ข้อปฏิบัติ 5 ข้อ คือ การปฏิญาณตน การละหมาดหรือนมาซ การบริจาคหรือจ่ายซากาด การถือบวช และการประกอบพิธีฮัจญ์) ทั้งนี้มีเงื่อนไขที่สามารถอนุโลมไม่ต้องบวชได้ เช่น ร่างกายไม่พร้อมคือไม่สบาย หรืออยู่ระหว่างการเดินทาง

            เด็กๆ ชาวมุสลิมจะถูกฝึกให้บวชตั้งแต่อายุยังน้อย ประมาณ 10-12 ปี เป็นการฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น บวชครึ่งวัน คืองดอาหารและน้ำตั้งแต่เช้า และเริ่มรับประทานหลังเที่ยง แล้วค่อยๆขยายเวลาเพิ่มออกไป เป็นบวชทั้งวัน เริ่มจากหนึ่งวัน อาจจะเป็นวันเว้นวัน หรือเพิ่มขึ้นสองถึงสามวัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายและจิตใจ(ศรัทธา)ของเด็กด้วย

             ในวันสิ้นสุดการบวช คือวันฮารีรายอ (ประมาณหนึ่งเดือนนับจากการถือบวชวันแรก ซึ่งจะตรงกับวันที่ 22 ตุลาคม 2549 โดยประมาณ ซึ่งในวันนั้นจะมีการเฝ้าดูดวงจันทร์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อกำหนดวันสิ้นสุดการบวช)หรือบางคนเรียกวันตรุษของชาวมุสลิม เปรียบเสมือนวันตรุษจีน ปีใหม่ เพราะเป็นวันที่ญาติพี่น้องจะมาพบปะสังสรรค์ ร่วมรับประทานอาหาร และระลึกถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว(ด้วยการไปสวดมนต์ที่กูโบร) เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวมุสลิม ซึ่งส่วนใหญ่ญาติๆที่อยู่ห่างไกลมักจะเดินทางมาเจอกัน วันนี้ทุกบ้านจะเต็มไปด้วยการเลี้ยงอาหารนานาชนิด จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการไปเยี่ยมบ้านผู้อื่น เช่น ญาติผู้ใหญ่ หรือ ผู้ที่ตนเคารพ หรือเพื่อนฝูง เพื่อร่วมทานอาหาร และพบปะพูดคุยกัน เป็นเหมือนงานฉลองประเภทหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสุข และรื่นเริง

 

ศูนย์ข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
 
ข้อมูลเกี่ยวกับรอมฎอน
รายการวิทยุ-ทีวี ภาคพิเศษ เดือนรอมฎอน
รายการ
สถานี
เวลา
โดย
1. วิทยุเพื่อการศึกษาสันติชน
2. สื่ออนุรักษ์
3. วิทยุเพื่อเด็กกำพร้า
4. เสียงศาสนู
5. เพื่อสันติชน
6. ดารุสลามรอมฎอน
7. คลื่นสัจธรรม
8. รอมฎอนไนท์
FM 87.75
AM 1251
AM 1035
AM 1251
AM 1035
AM 1233
AM 945
TV โมเดิรน์ 9
24 ชั่วโมง
01.30 - 06.30
00.01 - 06.30
06.30 - 07.00
17.30 - 18.00
01.00 - 05.00
00.30 - 05.00
03.30 - 04.30
ร.ร.อิสลามสันติชน
มูลนิธิอนุรักษ์ฯ
มูลนิธิศรัทธาชน
ร.ร.ศาสนูปถัมภ์
ร.ร.อิสลามสันติชน
มูลนิธิดารุสลาม
มัสยิดอัลฮิดายะห์
ANAMORPHIC
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@halalthailand.com