หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่ Halal Thailand
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> เศรษฐกิจ
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
การหักภาษี ณ ที่จ่าย ค่าลิขสิทธิ์

การหักภาษี ณ ที่จ่าย ค่าลิขสิทธิ์นักเขียน

บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายหนังสือเป็นรูปเล่ม โดยมีนักเขียนในซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท และมีนักเขียนนอกซึ่งไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทเป็นผู้เขียนหนังสือขึ้นมา ลิขสิทธิ์ในงานเขียนของนักเขียนใน และนักเขียนนอกจะตกเป็นของผู้เขียน โดยผลตอบแทนจากการเป็นนักเขียนมีดังนี้ :

- นักเขียนใน จะได้รับเงินเดือนและสวัสดิการตามระเบียบของบริษัท และผลตอบแทนจากงานเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดหนังสือที่ขายได้
- นักเขียนนอก บริษัทจะจ่ายผลตอบแทนจากงานเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายหนังสือที่ขายได้

จึงขอหารือกรณีที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้ของนักเขียนดังกล่าว จะต้องดำเนินการอย่างไร

1. นักเขียนใน สำหรับเงินเดือน (ตาม ม.40 (1)) และผลตอบแทนที่ได้ตามเปอร์เซ็นต์จากหนังสือที่ขายได้ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามเงินได้ประเภทใด
2. นักเขียนนอก สำหรับผลตอบแทนที่ได้รับจากงานเขียนตามเปอร์เซ็นต์ที่คิดจากยอดขายของหนังสือที่ขายได้ จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามเงินได้ประเภทใด กรณีดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับแนวทางนักเขียน ที่ กค 0811/2738 ลว. 22 มีนาคม 2544 หรือไม่ เพราะผมยังไม่เห็นข้อความ ที กค 0811/2738 ว่ามีสาระประเด็นอย่างไรบ้าง

ตอบ ขอเรียนตอบตามลำดับคำถามดังนี้ครับ

1. กรณีเงินได้ของนักเขียนในถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) ดังนั้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้คำนวณหักตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร (คำนวณแบบเดียวกันเงินเดือน) ครับ

2. กรณีเงินได้ของนักเขียนนอก  ที่ได้รับค่าตอบแทนจากการใช้สิทธิ์ของตน โดยเงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเงินได้พึงประเมินจากค่าแห่งสิทธิ์ ตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามอัตราภาษีเงินได้ (อัตราก้าวหน้า) ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร เช่น จ่ายค่างานเขียน 50,000 บาท ให้นาย ก. บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 2,500 บาท (50,000 x 5%) เป็นต้น แต่ถ้าจ่ายเงินได้ให้นักเขียนที่มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เว้นแต่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน ยกเว้นให้

การแจ้งเลิกห้างหุ้นส่วน

ถ้าปิดกิจการห้างหุ้นส่วนจำกัด แล้วจดทะเบียนใหม่เป็นบุคคลธรรมดา จะต้องยื่นเรื่องอะไรต่างๆ อย่างไรบ้าง และต้องเสียภาษีย้อนหลังหรือไม่ และไม่ทราบว่าน่าจะเสียภาษีน้อยกว่าหรือไม่ เพราะกิจการทำอยู่เป็นเพียงกิจการขนาดเล็ก

ตอบ 1. กรณีจะปิดกิจการห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องไปจดทะเบียนเลิก และชำระบัญชีที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจ ภายใน 14 วัน นับแต่วันเลิกห้างฯ นะครับ และต้องไปยื่นแบบ ล.ป. 10 เพื่อขอคืนบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ณ สรรพากรพื้นที่ที่ห้างฯ ตั้งอยู่ ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเลิกห้างฯ และถ้าห้างฯ ของท่านได้จดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องไปยื่นแบบ ภ.พ. 09 เพื่อแจ้งเลิกกิจการภายใน 15 วัน นับจากวันที่เลิกอีกด้วยครับ

2. ส่วนเมื่อแจ้งเลิกแล้ว จะถูกหวย (ออกหมายเรียกตรวจภาษี) หรือไม่นั้น คงต้องขึ้นกับดุลยพินิจของเจ้าพนักงานฯ ซึ่งมีมุมมองแตกต่างกันว่าท่านชำระภาษีไว้ครบถ้วนหรือไม่ หรือมีประเด็นความผิดซ่อนอยู่หรือเปล่า เป็นต้น จึงต้องจุดธูปอธิษฐานเอาเองตามแต่บุญวาสนาของแต่ละท่านครับ

การทำเบี้ยประกันชีวิตแบบกลุ่มแก่พนักงานบริษัท
อยากทราบว่าบริษัท ฯ ทำเบี้ยประกันชีวิต สุขภาพ แบบเป็นกลุ่มให้พนักงาน ตรงนี้ถือเป็นสวัสดิการพนักงาน และต้องเฉลี่ยค่าเบี้ยออกมา แล้วบวกเพิ่มเป็นรายได้ของพนักงาน เพื่อมาคิด ภ.ง.ด. 1 หรือไม่ เพื่อทำการคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่ละคน

ตอบ ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่นายจ้างจ่ายให้นั้น ถือเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ เนื่องจากการจ้างแรงงาน ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร นายจ้างต้องนำค่าเบี้ยประกันมาเฉลี่ยต่อหัวของลูกจ้างที่ได้ทำประกันชีวิต สุขภาพให้ และนำไปบอกเพิ่มเป็นเงินได้ของลูกจ้าง เพื่อคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องกรอกในแบบ ภ.ง.ด. 1 และ ภ.ง.ด. 1 ก ต่อไปครับ

บทความจาก นิตยสาร TaxThai

Tax Research Center
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@halalthailand.com