Home > ธุรกิจฮาลาล > ตลาดฮาลาลโลก เบ่งบาน

นักการค้าทั่วโลกขณะนี้กำลังจ้องจับจะบุกตลาดอาหารฮาลาลเนื่องจากเป็นตลาดเฉพาะที่มีศักยภาพในการขยายตัวสูง

รัฐบาลแคนาดาได้จัดทำรายงานชิ้นหนึ่งเผยแพร่ในเดือนกรกฎาคมปีนี้ระบุว่า ตลาดอาหาร ฮาลาล โลกกำลังจะขยายตัวอย่างโจนทะยาน เพราะจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกขยายตัว มากขึ้นและมีรายได้ที่สูงขึ้น

ขณะนี้ประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกมีจำนวนเกือบ 1,600 ล้านคนโดยภายในปีพ.ศ. 2568 ชาวมุสลิม จะมีสัดส่วนเท่ากับ 30%ของประชากรโลกเนื่องจากประชากรมุสลิมมีอัตราขยายตัวที่สูง

ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาชาวมุสลิมในยุโรปมีประชากรเพิ่มขึ้น 140% มาอยู่ที่ 25 ล้านคน ในขณะที่ประเทศออสเตรเลียมีประชากรชาวมุสลิมเพิ่มขึ้น 250%

ตลาดใหญ่สำหรับสินค้าฮาลาลคือประเทศมุสลิมได้แก่ แอลจีเรีย อิรัก โมร็อกโก ตูนีเซีย บาห์เรน จอร์แดน โอมาน ตุรกี อียิปต์ คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย เลบานอน ซาอุดีอารเบีย เยเมน อิหร่าน มาเลเซีย ปากีสถาน ซีเรีย

ที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิมแต่เป็นตลาดใหญ่สำหรับสินค้าฮาลาลเช่นกันคืออินเดียซึ่งมีชาวมุสลิม อาศัยอยู่ 140 ล้านคน จีนมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ 40 ล้านคน สหรัฐอเมริกา มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ 8 ล้านคน ฟิลิปปินส์มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ 6 ล้านคน ฝรั่งเศสมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ 6 ล้านคน เยอรมนี มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ 3 ล้านคน อังกฤษมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ 1.5 ล้านคน และ แคนาดา มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ 800,000 คน

ประชากรชาวมุสลิมจำนวนมหาศาลนี้ทำให้ตลาดสินค้า ฮาลาล ทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร ตั้งแต่ เครื่องสำอาง เครื่องดื่ม ซอสปรุงรส น้ำผลไม้ เสื้อผ้ากลายเป็นตลาดเนื้อหอมที่หลายประเทศจ้องจะยึดครอง

 

ตลาดนี้ใครครอง

ขนาดของตลาดสินค้าฮาลาลซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารฮาลาลนั้น รายงานของรัฐบาลแคนาดาประเมินว่าน่าจะมีมูลค่าอย่างต่ำ 500,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17 ล้านล้านบาท) ต่อปี หากว่าสัดส่วนประชากรชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นเป็น 30 % ของประชากรโลกในระยะเวลา 18 ปีต่อ จากนี้ไปตามคาดแล้ว มูลค่าการค้าขายอาหารฮาลาลจะมีสัดส่วนถึง 20 % ของการค้าโลก

นิตยสารไฟแนนเชียลไทม์ทำนายว่า ตลาดสินค้าฮาลาลโลกจะมีมูลค่าเกิน หนึ่งล้านล้านดอลลาร์ สหรัฐภายในปีค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) คืออีกสามปีข้างหน้า

ผู้ส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลรายใหญ่ที่สุดของโลกคือออสเตรเลียตามด้วยบราซิล อาร์เจนตินา แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยออสเตรเลีย ส่งสินค้าฮาลาลไปขายกว่า 70 ประเทศทั่วโลกในขณะที่บราซิลครองตลาดตะวันออกกลาง ตุรกีและยุโรป

ออสเตรเลียเป็นประเทศไม่ใช่มุสลิมประเทศแรกที่มีข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับรอง ตราฮาลาล ในกฎหมายของประเทศ

รายงานข่าวจากสำนักข่าว Bernama ของมาเลเซียในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาระบุว่าในปัจจุบันประเทศอินเดียเป็นผู้ส่งออกไก่ฮาลาลใหญ่ที่สุดในโลก  ออสเตรเลียส่งออกเนื้อแดง นิวซีแลนด์ส่งออกเนื้อแกะ ส่วนบราซิลส่งออกเนื้อวัว

กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางจัดเป็นตลาดซึ่งมีอำนาจการซี้อสูงมากเนื่องจากรายได้จากน้ำมัน ประเทศต่าง ๆ ในแถบนี้ต้องนำเข้าอาหารถึง 80% ของความ ต้องการบริโภคทั้งหมด ประเทศ ที่ครองตลาดอาหารฮาลาลในตะวันออกกลางคือประเทศบราซิล ตามด้วยสมาชิก ประชาคมยุโรป และสหรัฐอเมริกา

ตลาดฮาลาลในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงเช่นกันเพราะชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในยุโรปกว่า 10 ล้านคนมีรายได้สูงเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศสประเทศเดียวมีความต้องการสินค้าฮาลาลในแต่ละปี สูงกว่า 13,000  ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 429,000 ล้านบาท)

ผู้ที่ครองตลาดฮาลาลในยุโรปส่วนมากเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารในยุโรปเองอาทิ บริษัท Tahira Foods ในอังกฤษ บริษัท Mecca Foods ในเยอรมนี บริษัท Isla ในฝรั่งเศส โดยมียักษ์ใหญ่คือ บริษัทเนสท์เล่

สินค้าฮาลาลในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเนสท์เล่มีสัดส่วนถึง 35% โดยขณะนี้เนสท์เล่มีสินค้าฮาลาล อยู่มากกว่า 100 ชนิดและมีโรงงานผลิตสินค้าที่ได้รับการรับรองตราฮาลาล 75 โรงงานทั่วโลก โดยมีโรงงานที่ประเทศมาเลเซียเป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศในสินค้าฮาลาล

ตลาดฮาลาลในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 396,000 ล้านบาท) เชื่อว่าเป็นตลาดที่มีการขยายตัวสูงมาก ประมาณว่าในช่วงระยะปีค.ศ. 1995 – 2006 มูลค่าตลาดสินค้าฮาลาลเพิ่มขึ้นมากว่า 70%

ตลาดในเอเชียน่าจะเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลกเพราะมีประชากรชาวมุสลิมอยู่มากกว่าในทวีปอื่น ๆ แต่รายได้ประชากรต่อหัวยังไม่สูงจึงเป็นตลาดที่ยังไม่มีใครบุกอย่างจริงจัง

ประเทศที่เคลื่อนไหวเพื่อแย่งชิงตลาดฮาลาลในเอเชียและพื้นที่อื่นของโลก ๆ ซึ่งไปใกลที่สุด คือ ประเทศ มาเลเซีย

ประเทศอื่นในเอเชีย ที่เริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังในการเจาะตลาดสินค้าฮาลาลในเอเชียและตลาดโลกคือ ประเทศไทย สิงคโปร์ บรูไน จีนและอินเดีย

ประเทศมาเลเซียตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางฮาลาลนานาชาติ สิงคโปร์ประกาศวิสัยทัศน์เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารฮาลาล ในขณะที่ประเทศไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์และการตรวจสอบ บรูไนเซ็นต์สัญญาร่วมกับออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตอาหารให้โลกมุสลิม

ประเทศจีนตั้งเป้าเป็นผู้ส่งออกอาหารฮาลาล โดยได้เซ็นสัญญากับประชาคมยุโรปเพื่อจัดทำระบบการตรวจสอบเพื่ออนุมัติให้บริษัทของจีนสามารถส่งสินค้าอาหารฮาลาลไปขายในยุโรปได้ ส่วน ผู้ส่งออกของประเทศอินเดีย กำลังเร่งเพื่อให้ได้ตรารับรองฮาลาลและใบรับรองมาตรฐาน HACCP และ ISO เพื่อเป็นใบเบิกทางในการส่งออกสินค้าฮาลาล

สินค้าฮาลาลแตกยอด

การแข่งขันของประเทศต่าง ๆ เพื่อจับตลาดฮาลาลทำให้สมรภูมิการแข่งขันมีความซับซ้อนขึ้นผู้ผลิตสินค้าพัฒนาและแตกตัวสินค้ามากขึ้น

ตัวอย่างของความพยายามแตกตัวสินค้าฮาลาลที่เห็นได้ชัดคือแผนงานของบริษัทโปรตอน ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์แห่งชาติของมาเลเซียที่วางแผนร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ ในอิหร่าน และตุรกี ผลิตรถยนต์อิสลาม โดยรถยนต์ดังกล่าวจะมีเข็มทิศที่ชี้ไปทางเมกกะตลอดเวลา และมีช่องพิเศษสำหรับเก็บคัมภีร์อัลกูรอ่านและผ้าคลุมศีรษะ

ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็มีความเคลื่อนไหวผลิตเครื่องสำอางฮาลาลโดยบริษัทแห่งหนึ่งในอังกฤษที่มีชื่อว่า Halo Skincare ผลิตเครื่องสำอางบำรุงผิวฮาลาล โดยผู้ก่อตั้งบริษัทคือ Soni Zuberi Shah ซึ่งจบทางวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

ธุรกิจอีกตัวหนึ่งจากอังกฤษที่ขยายตัวได้ดีคือ ร้านอาหารฟาสต์ฟูดที่มีชื่อว่า Dixy Chicken เป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารฮาลาลจานด่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลกมี 150 สาขาทั่วโลกใน 8 ประเทศ รวมทั้งบรูไนซึ่งเป็นประเทศล่าสุด

การรุกของร้านอาหารฮาลาลจานด่วนทำให้ ร้านอาหารฟาสต์ฟูดระดับโลกเริ่มให้ความสนใจบริการอาหารฮาลาลโดยเฉพาะ ร้านแมคโดนัลด์เริ่มทดลอง ขายเมนูเบอร์เกอร์และไก่ฮาลาล

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่อังกฤษ หากประสบความสำเร็จร้านแมคโดนัลด์ทั่วโลกคงเพิ่มเบอร์เกอร์และไก่ฮาลาลในเมนู

ทางด้านการค้าก็มีการเคลื่อนไหวรองรับธุรสินค้าฮาลาล บริษัทหนึ่งในแคนาดาที่ชื่อว่า vLinx Inc. ได้ร่วมกับบริษัทของรัฐบาล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่มีชื่อว่า Ras al-Khaimah Investment Authority ตั้งบริษัท vlinx UAE ขึ้นในปีพ.ศ. 2548 เพื่อสนับสนุนการค้าสินค้าฮาลาลผ่านระบบ อีคอมเมิร์ซที่มีชื่อว่า Halal Global Exchange ซึ่งปรากฎว่าธุรกิจขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว

ในประเทศรัสเซียถึงแม้ว่าชาวมุสลิมจะมีเพียง 10 % ของประชากรประเทศแต่มีรายงานข่าวใน Halal Journal ว่าสภาเมืองมอสโควได้สนับสนุนให้มีการเปิดร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าฮาลาลโดยเฉพาะ

สินค้าทางด้านแฟชั่นเครื่องแต่งกายสำหรับชาวมุสลิม ก็มีการนำมารวมเป็นหนึ่งในสินค้าฮาลาล โดย Halal Journal รายงานว่าตลาดเครื่องแต่งกายฮาลาล มีมูลค่าประมาณ 96,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.16 ล้านล้านบาท) ต่อปีโดยคิดจากการซี้อเสื้อผ้าของชาวมุสลิมคนละ 120 ดอลลาร์ต่อปีโดยคิดแค่ครึ่งหนึ่งของประชากรมุสลิมโลก

ตลาดขนาดใหญ่และความต้องการพัฒนาเครื่องแต่งกายสำหรับชาวมุสลิม ทำให้นักออกแบบ ชาวอังกฤษ มาเลย์ ซาอุดีอาระเบีย อินโดนีเซีย ฯลฯ พยายามสร้างสรรผลงานออกมาเป็นจำนวนมาก สามารถเห็นได้จากการแสดงแฟชั่นโชว์ในประเทศมุสลิมหลายสิบประเทศ

ตลาดฮาลาลโลกมีโอกาสอีกมากมหาศาล เป็นโอกาสทองของประเทศไทยที่มีประชากร ชาวไทยมุสลิมที่มีศักยภาพและเป็นผู้ส่งออกอาหารสู่ตลาดโลกอยู่แล้ว




:: ส่งบทความนี้ถึงเพื่อน ::
ส่งถึง / to : อีเมล์ / E-mail :
จำนวนเพื่อนที่ต้องการส่งถึง / Number of recipient :
จาก / Your nanme : อีเมล์ / E-mail :
ข้อความ / message :



 

Fatal error: Call to undefined method database::closedb() in /home/halaltha/public_html/main/footer.php on line 9