ดุอาอ์ให้เป็นคนที่ซื่อตรง (จากอัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลอิสรออ์ อายะฮ์ที่ 80)
ดุอาอ์ให้เป็นคนที่ซื่อตรง (จากอัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลอิสรออ์ อายะฮ์ที่ 80)
ในวิถีชีวิตของมุสลิม ความซื่อตรงและความสัตย์จริง (อัล-ศิดก์) ถือเป็นรากฐานสำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิต ทั้งในมิติด้านคุณธรรมส่วนตัว และการปฏิบัติศาสนกิจ อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงประทานแนวทางและถ้อยคำดุอาอ์อันทรงคุณค่าไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน เพื่อให้เราใช้เป็นประทีปนำทางชีวิตให้มีความเที่ยงตรงตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด
1. ตัวบทดุอาอ์ คำอ่าน และคำแปล
ดุอาอ์บทนี้ปรากฏอยู่ใน ซูเราะฮ์อัลอิสรออ์ อายะฮ์ที่ 80 ซึ่งมีใจความดังนี้:
رَّبِّ أَدْخِلْنِى مُدْخَلَ صِدْقٍۢ وَأَخْرِجْنِى مُخْرَجَ صِدْقٍۢ وَٱجْعَل لِّى مِن لَّدُنكَ سُلْطَـٰنًۭا نَّصِيرًۭا
คำอ่าน: ร็อบบิ อัดคิลนี มุดคอเล่ะ ศิดกิว วะอัครินี มุคเราะญะ ศิดกิว วัจญ์อัลลี มิลละดุนกะ ซุลฏอนัน น่ะศีรอ
คำแปล: โอ้ผู้อภิบาลของฉัน โปรดนำฉันเข้าด้วยการเข้าที่สัตย์จริง และโปรดนำฉันออกด้วยการออกที่สัตย์จริง และโปรดให้ฉันมีหลักฐานอันชัดแจ้ง ณ พระองค์ด้วยเถิด
2. ที่มาและบริบททางประวัติศาสตร์ (ผู้ดุอาอ์)
ในทางวิทยาการอัลกุรอาน ถ้อยคำดุอาอ์นี้มีความประเสริฐและมีความสำคัญอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากเป็นถ้อยคำที่ "อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงกำชับให้ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวหลังจากที่พระองค์ทรงสั่งใช้ให้ท่านละหมาดตะฮัจญุดในช่วงเวลากลางคืน" การที่พระองค์ทรงกำหนดให้ขอดุอาอ์นี้แก่ท่านนบีโดยตรง สะท้อนให้เห็นว่านี่คือหัวใจหลักของการขอความคุ้มครองและความยุติธรรมในการงานทั้งปวง
3. บทเรียนและวิทยปัญญาจากดุอาอ์
เราสามารถสรุปคุณค่าและบทเรียนในการนำดุอาอ์นี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4 ประการหลัก ดังนี้:
3.1 ความชอบธรรมในทุกกิจกรรม (การเข้าและการออก): ดุอาอ์นี้ชี้ให้เห็นความสำคัญของการเริ่มต้นและการจบกิจกรรมต่างๆ ด้วยความชอบธรรมตามที่อัลลอฮ์ทรงพอพระทัย มุสลิมสามารถนำไปใช้เมื่อจะเริ่มต้นงานใดๆ เพื่อให้ทั้งการเข้าไปทำงานและการเดินออกจากงานนั้นๆ เต็มไปด้วยความซื่อตรง ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันจำเป็นยิ่งของผู้ศรัทธา
3.2 สัจธรรมของชีวิตที่มีจุดเริ่มและจุดจบ: ทุกสิ่งในโลกนี้ย่อมมีจุดเริ่มต้นและมีจุดสิ้นสุด ซึ่งล้วนมีความสำคัญ ชีวิตมนุษย์ก็เช่นกัน ถูกเริ่มต้นนับตั้งแต่การคลอดออกมาพร้อมกับถ้อยคำอะซาน และจะจบสิ้นชีวิตลงด้วยการละหมาด (ญะนาซะฮ์)
3.3 ความจำเป็นต่อการชี้นำในระหว่างทาง: ช่วงเวลาการดำเนินชีวิตระหว่างการเกิดจนถึงการตาย (หรือระหว่างเสียงอะซานสำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงการละหมาดญะนาซะฮ์ที่ผู้อื่นละหมาดให้) มนุษย์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับทางนำจากพระองค์ เพื่อประคับประคองตนเองให้อยู่บนหนทางอันถูกต้องเที่ยงตรง
3.4 อัลลอฮ์คือผู้ให้ทางนำเพียงพระองค์เดียว: ผู้ให้ทางนำอันเที่ยงตรงแก่มนุษย์มีเพียงผู้เดียวคือ อัลลอฮ์ ตะอาลา ด้วยเหตุนี้ มุสลิมทุกคนจึงต้องหมั่นขอทางนำและขอหลักฐานอันชัดแจ้งจากพระองค์อยู่เสมอ ทั้งในขณะที่ดำรงการละหมาดและในขณะที่ดำเนินชีวิตประจำวัน
4. ผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ (ดุอาอ์มุสตะญาบ)
ความพิเศษสุดของดุอาอ์บทนี้ในทางนิติศาสตร์และหลักอะกีดะฮ์ คือ เนื่องจากถ้อยคำดุอาอ์นี้เป็นการกำชับของอัลลอฮ์ต่อท่านนบีของพระองค์โดยตรง **จึงถือเป็นดุอาอ์มุสตะญาบ (ดุอาอ์ที่ถูกตอบรับ) โดยปริยาย เพราะผู้ที่ตอบรับดุอาอ์นั้น เป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ที่ทรงกำชับสั่งใช้ให้ขอตั้งแต่แรกนั่นเอง (มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์)
สรุป
จงพยายามจดจำและหมั่นใช้ดุอาอ์จากซูเราะฮ์อัลอิสรออ์ อายะฮ์ที่ 80 นี้ ในทุกๆ เช้าเมื่อเริ่มงานใหม่ หรือเมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญ เพื่อให้ทุกย่างก้าวของเรา ไม่ว่าจะก้าวเข้าหรือก้าวออก เป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และได้รับการคุ้มครองดูแลด้วยหลักฐานอันชัดแจ้งจากอัลลอฮ์ ตะอาลา ในทุกมิติของชีวิต
บทความที่น่าสนใจ
Tags: