มากกว่าผู้ให้กำเนิด สิทธิพิเศษของ "แม่" ตามหลักอิสลาม
แม่ในอิสลาม: ความสำคัญ สิทธิ และวิธีตอบแทนพระคุณ (ฉบับเข้าใจง่าย)
ในศาสนาอิสลาม "ครอบครัว" คือสถาบันที่สำคัญที่สุด และ "แม่" คือศูนย์รวมความรักและความเมตตา อิสลามยกย่องผู้เป็นแม่ไว้ในตำแหน่งที่สูงส่งมาก โดยสั่งให้มนุษย์ทำความดีต่อพ่อแม่เป็นอันดับสอง รองจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว
อัลกุรอาน: ความเสียสละที่ไม่มีใครเทียบได้
อิสลามให้ความสำคัญกับพ่อแม่ทั้งสองคน แต่อัลกุรอานได้เน้นย้ำถึงความเหนื่อยยากของ "แม่" เป็นพิเศษ เพราะแม่ต้องแบกรับภาระที่พ่อไม่สามารถรับรู้ได้ นั่นคือ การตั้งครรภ์ การคลอด และการให้นมบุตร
อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ลุกมาน อายะฮ์ที่ 14 ระบุว่า:"และเราได้สั่งการแก่มนุษย์ให้ทำดีต่อพ่อแม่ของเขา แม่ของเขาได้อุ้มท้องเขาด้วยความเหนื่อยล้าทับซ้อนเหนื่อยล้า และให้นมเขาเป็นเวลาสองปี เจ้าจงขอบคุณข้าและขอบคุณบิดามารดาของเจ้า..."
คำว่า "เหนื่อยล้าทับซ้อนเหนื่อยล้า" (وَهْنًا عَلَىٰ وَهْنٍ) สะท้อนถึงอาการแพ้ท้อง ความเจ็บปวดแสนสาหัสตอนคลอด และการอดนอนเพื่อให้นมลูก ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักที่อิสลามมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้แก่คนเป็นแม่
หะดีษ: สิทธิของแม่เหนือกว่าพ่อ 3 เท่า
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้ย้ำถึงสิทธิของแม่ไว้อย่างชัดเจนผ่านหะดีษที่โด่งดัง: มีชายคนหนึ่งถามท่านศาสดาว่า "ใครคือคนแรกที่ฉันควรทำดีและดูแลอย่างใกล้ชิดที่สุด?" ท่านตอบว่า "แม่ของคุณ" ชายคนนั้นถามย้ำถึง 3 ครั้ง ท่านศาสดาก็ตอบว่า "แม่ของคุณ" จนกระทั่งการถามครั้งที่ 4 ท่านจึงตอบว่า "พ่อของคุณ"
นักวิชาการศาสนาอธิบายว่า สิทธิ 3 ส่วนที่แม่ได้รับเหนือกว่าพ่อนี้ มาจาก 3 ความเจ็บปวดที่พ่อไม่ได้ร่วมแบกรับ คือ ความเหนื่อยยากตอนตั้งครรภ์ ตอนคลอด และตอนให้นมและดูแลลูกวัยทารก
"สวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้ามารดา"
ประโยคนี้มีที่มาจากหะดีษที่ชายหนุ่มคนหนึ่งมาขออนุญาตท่านศาสดาออกไปรบ (ญิฮาด) เพื่อศาสนา แต่เขายังมีแม่ที่ต้องดูแล ท่านศาสดาจึงสั่งให้เขากลับไปดูแลแม่ พร้อมกล่าวว่า:"จงกลับไปอยู่กับแม่ของท่าน เพราะแท้จริงสวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้าของนาง"
ความหมายของหะดีษนี้คือ การดูแลและทำให้แม่พอใจ เป็น "เส้นทางลัด" ที่จะทำให้ลูกได้เข้าสวรรค์ ไม่ว่าลูกจะเติบโตไปมีฐานะร่ำรวย หรือมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าแม่ ลูกจะต้องอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ
กฎหมายอิสลาม: การปกป้องสิทธิของแม่
อิสลามไม่ได้สอนแค่เรื่องผลบุญ แต่ยังมีกฎหมายครอบครัวที่คุ้มครองคนเป็นแม่ในชีวิตจริงอย่างยุติธรรม โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาการหย่าร้าง
- สิทธิในการเลี้ยงดูลูก (ฮะฎอนะฮ์): หากพ่อแม่เลิกรากัน แม่คือคนแรกที่มีสิทธิเลี้ยงดูลูกที่ยังเล็ก (ตราบใดที่แม่ยังไม่แต่งงานใหม่) เพราะศาสนาเข้าใจธรรมชาติว่าแม่มีความอ่อนโยนและผูกพันกับลูกมากกว่า
- พ่อต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู 100% (นะฟะเกาะฮ์): แม้แม่จะได้สิทธิเลี้ยงลูก แต่ "ค่าใช้จ่ายทั้งหมด" ของลูก (ค่าอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่ การศึกษา) เป็นหน้าที่ของพ่อฝ่ายเดียวตามกำลังทรัพย์ แม่ไม่ต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวมาจ่ายเลย
วิธีดูแลและทำดีต่อแม่ในชีวิตประจำวัน
- พูดจาดีและอ่อนน้อม: อัลกุรอาน (ซูเราะฮ์อัลอิสรออ์: 23) สั่งห้ามเด็ดขาดแม้กระทั่งการอุทานว่า "อุฟ" (อืม, หึ, หรือการถอนหายใจ) ที่แสดงความรำคาญ ห้ามตะคอก และต้องพูดกับท่านด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวล โดยเฉพาะเมื่อท่านแก่ชราหรือหลงลืม
- ดูแลเรื่องเงินและความเป็นอยู่: ลูกมีหน้าที่จัดหาอาหารและให้เงินทองเลี้ยงดูแม่ การให้เงินแม่ไม่ใช่การ "ทำทาน" แต่เป็นหน้าที่บังคับที่ต้องทำ การปล่อยให้แม่ลำบากถือเป็นบาปใหญ่
- ขอดุอาอ์ (ขอพร) ให้แม่เสมอ: มุสลิมควรอ่านดุอาอ์บทนี้ให้พ่อแม่เป็นประจำ: "ร็อบบิรฮัมฮุมา กะมาร็อบบะยานีย์ ศอฆีรอ" (โอ้พระเจ้า โปรดเมตตาท่านทั้งสอง เหมือนที่ท่านได้เลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เด็ก)
- เชื่อฟังแม่ (ยกเว้นเรื่องผิดศาสนา): ลูกต้องเชื่อฟังแม่ แต่ถ้าแม่สั่งให้ทำบาปหรือทิ้งหลักการศาสนา ลูกทำตามไม่ได้ ถึงอย่างนั้น อิสลามก็ยังบังคับให้ลูกต้องพูดจาดีและดูแลท่านต่อไป ห้ามตัดขาดความสัมพันธ์เด็ดขาด
- ทำดีต่อแม่ที่จากไปแล้ว: หากแม่เสียชีวิต ลูกยังส่งผลบุญให้ท่านได้ด้วยการขอดุอาอ์ให้ท่าน บริจาคทานในชื่อท่าน และรักษาสายสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนๆ หรือญาติฝั่งแม่
บทบาทของแม่: "โรงเรียนแห่งแรก"
สิทธิอันยิ่งใหญ่ที่แม่ได้รับ ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่ง นั่นคือการเป็น "โรงเรียนแห่งแรก" (Madrasah al-Ula) แม่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี มีคุณธรรม และสอนให้รู้จักศาสนา อัลกุรอานได้กำชับให้พ่อแม่ปกป้องครอบครัวให้พ้นจากความชั่วร้ายและไฟนรก
การทุ่มเทเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเมื่อลูกเติบโตขึ้นเป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮ์ ลูกคนที่คอยขอดุอาอ์ให้แม่ จะกลายเป็นผลบุญที่ส่งตรงถึงแม่ตลอดกาลแม้แม่จะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม
บทความที่น่าสนใจ
Tags: