เก่งเงินแบบมุสลิมะฮ์ บริหารเงินอย่างไรให้ปังและฮาลาล
การบริหารเงินแบบมุสลิมะฮ์ในอิสลาม
สิทธิ์ส่วนตัวและการเป็นเจ้าของเงินของผู้หญิงมุสลิม
ในหลักศาสนาอิสลาม (แนวทางซุนนีย์) ผู้หญิงมุสลิมทุกคนมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของและจัดการเงินทองส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ ซึ่งหลักการนี้ช่วยยกเลิกความเชื่อเก่า ๆ ในยุคโบราณที่เคยมองว่าผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินใด ๆ
คัมภีร์อัลกุรอานห้ามไม่ให้ใครมาเอาทรัพย์สินของเราไปโดยไม่ถูกต้อง และกำหนดให้ผู้หญิงมีสิทธิ์เด็ดขาดในการทำธุรกิจ ค้าขาย และเก็บออมเงินของตัวเอง โดยที่พ่อ พี่น้องชาย หรือแม้กระทั่งสามี ก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหรือยึดเงินนี้ไปใช้ หากเราไม่ยินยอมยกให้ด้วยความเต็มใจ
สิทธิ์อันยิ่งใหญ่นี้ได้รับการคุ้มครองมาตั้งแต่สร้างโลก โดยมีหลักฐานว่ามลาอิกะฮ์ (ทูตสวรรค์) ได้เตือนศาสดาอาดัมไม่ให้เข้าใกล้พระนางฮาวา จนกว่าจะมอบ "มะฮัร" (เงินแต่งงานส่วนตัวของเจ้าสาว) แก่พระนางเสียก่อน นี่เป็นหลักประกันสำคัญที่ศาสนาสร้างไว้เพื่อให้ผู้หญิงมุสลิมมีความมั่นคงและเกียรติในชีวิต
เงินแต่งงาน (มะฮัร): ของขวัญที่เป็นสิทธิ์ขาดของเรา
ในการแต่งงาน ศาสนากำหนดให้เจ้าบ่าวต้องมอบ "มะฮัร" (หรือสินสอดแต่งงาน) ให้แก่เจ้าสาว เงินหรือทรัพย์สินส่วนนี้เป็นสิทธิ์ขาดของตัวเจ้าสาวแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่เงินค่าตัวหรือค่าน้ำนมที่จะยกให้พ่อแม่
เกณฑ์ง่าย ๆ เกี่ยวกับมะฮัรที่ควรรู้
- ห้ามสามีทวงคืน: อัลกุรอานสั่งให้มอบมะฮัรด้วยความเต็มใจ หากภรรยายินดีแบ่งให้สามีใช้ในภายหลัง สามีถึงจะใช้ได้ และหากต้องหย่าร้างกัน สามีก็ไม่มีสิทธิ์ทวงคืนทรัพย์สินนี้เลย
- การหย่าก่อนร่วมหอ: หากหย่ากันก่อนที่จะร่วมหลับนอนกัน ภรรยาจะได้มะฮัรครึ่งหนึ่ง (กรณีตกลงจำนวนไว้แล้ว) แต่ถ้ายังไม่ได้ตกลงจำนวนกันไว้ ก็ไม่มีใครทำผิดบาปในการหย่าร้างนั้น เพราะมะฮัรถือเป็นสิทธิ์ที่พระเจ้าทรงบัญญัติไว้เพื่อดูแลผู้หญิง
- กรณีไม่ได้ตกลงจำนวนไว้ตอนแต่ง: หากตอนทำสัญญาสมรสไม่ได้ระบุจำนวนมะฮัรไว้ เมื่อเกิดกรณีที่ต้องจ่าย ภรรยาก็ยังมีสิทธิ์ได้รับ "มะฮัรมิษล์" หรือเงินแต่งงานในอัตราที่เท่ากับผู้หญิงในตระกูลหรือญาติสนิทของเธอ
- สิ่งที่ใช้เป็นมะฮัร: ต้องเป็นสิ่งที่มีค่าและมีประโยชน์ในทางศาสนา ไม่สามารถใช้สิ่งไม่มีค่าหรือสิ่งที่ศาสนาห้ามได้ มะฮัรไม่จำเป็นต้องเป็นเงินหรือทองเสมอไป ในสมัยท่านนบีมุฮัมมัด เคยมีการใช้สิ่งอื่นแทน เช่น การปล่อยทาสให้เป็นอิสระ ทั้งนี้ศาสนาส่งเสริมให้เรียกมะฮัรในจำนวนที่พอเหมาะ ไม่แพงจนเกินไป เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการแต่งงานของคนหนุ่มสาวในสังคม
เงินค่าเลี้ยงดู (นาฟะเกาะฮ์): หน้าที่ของสามีที่ภรรยาควรรู้
ครอบครัวอิสลามกำหนดหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน โดยสามีมีหน้าที่หลักในการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อดูแลภรรยาและลูก ๆ ซึ่งเรียกว่า "นาฟะเกาะฮ์"
สิทธิ์ของภรรยาและหน้าที่ของสามี:
- สิ่งที่สามีต้องจ่าย: อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และความปลอดภัย ท่านนบีสอนว่า สามีต้องเลี้ยงดูภรรยาให้ได้กินอิ่มเหมือนที่ตัวเองกิน ได้ใส่เสื้อผ้าที่ดีเหมือนที่ตัวเองใส่ และห้ามทำร้ายหรือใช้คำพูดหยาบคายใส่ภรรยา
- หากสามีตระหนี่ไม่ยอมจ่าย: ถ้าสามีมีเงินแต่ขี้เหนียวไม่ยอมจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ภรรยาสามารถแอบหยิบเงินของสามีมาใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็นของครอบครัวได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
- หากสามียากจนจริง ๆ: ถ้าสามีขัดสนและภรรยามีฐานะดีกว่า โดยที่ภรรยายินยอมไม่ขอรับเงินเลี้ยงดูเพื่อช่วยเหลือสามี สามีก็ไม่มีความผิด แต่หากสามีจงใจละทิ้งหน้าที่และไม่ดูแลเลย ภรรยาก็มีสิทธิ์ยื่นฟ้องต่อผู้ตัดสินทางศาสนาเพื่อขอยกเลิกการแต่งงานได้
| บทบาทหน้าที่ | รายละเอียดการดูแลทางการเงิน | แหล่งอ้างอิง |
| สามี (ผู้ดูแลครอบครัว) | - จ่ายเงินแต่งงาน (มะฮัร) ให้แก่ภรรยาตามสัญญา - ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด (กิน อยู่ เสื้อผ้า ที่พัก) ให้ภรรยาและลูก - ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเงินส่วนตัวของภรรยาโดยเด็ดขาด | ซูเราะฮ์อัน-นิสาอ์ อายะฮ์ที่ 4 และ 34
บันทึกโดยอบูดาวูด |
| ภรรยา (ผู้ดูแลบ้าน) | - เชื่อฟังสามีในกรอบของศาสนา - ดูแลรักษาบ้านเรือนและทรัพย์สินในบ้านไม่ให้สูญหาย - รักษาเกียรติของตนเองและครอบครัว | บันทึกโดยบุคอรีย์และมุสลิม
บันทึกโดยอะห์มัดและนะซาอี |
การจ่ายทานบังคับ (ซะกาต) ของผู้หญิงมุสลิม
"ซะกาต" คือการแบ่งปันทรัพย์สินส่วนเกินเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และฟอกเงินของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ หากผู้หญิงมุสลิมมีเงินออมหรือทองคำเก็บไว้จนครบ 1 ปีจันทรคติ และมีมูลค่าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ศาสนากำหนด จะต้องจ่ายซะกาตปีละ 2.5% (หรือคำนวณง่าย ๆ โดยนำเงินออมตั้งแล้วหารด้วย 40)
การคิดซะกาตทองรูปพรรณและเครื่องประดับที่เราใส่ประจำ
เรื่องนี้มีแนวทางปฏิบัติจากนักวิชาการ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ เพื่อให้เลือกนำไปปรับใช้ตามความสะดวก
- แนวทางส่วนใหญ่ (เช่น มัซฮับชาฟิอี): ทองรูปพรรณหรือเครื่องประดับที่เราใส่เป็นประจำในชีวิตประจำวันในจำนวนที่พอเหมาะ ไม่จำเป็นต้องนำมาคิดเพื่อเสียซะกาต แต่ถ้าเป็นทองคำแท่งหรือทองที่เก็บสะสมไว้เฉย ๆ โดยไม่ได้ใส่ จะต้องนำมาคิดซะกาตทั้งหมดเมื่อถึงเกณฑ์
- แนวทางของมัซฮับฮานาฟี: ทองและเงินทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นทองแท่งหรือเครื่องประดับที่ใส่ประจำ ต้องนำมารวมกันคำนวณซะกาตทั้งหมดหากมีน้ำหนักรวมกันถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ (หมายเหตุ: ในการคิดมูลค่าทองคำเพื่อจ่ายซะกาต ให้ใช้ "ราคารับซื้อ" ของท้องตลาด ณ วันที่เราคำนวณ)
เกณฑ์การจ่ายซะกาตแต่ละประเภททรัพย์สิน
| ทรัพย์สิน | เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องจ่ายซะกาต | อัตราที่ต้องจ่าย | เงื่อนไขเวลา |
| เงินออม / ทองคำ | ทองคำน้ำหนัก 85 กรัม (ประมาณ 5.5 - 5.6 บาททองคำ) หรือเงินสดที่มีมูลค่าเท่าราคาทองจำนวนนี้ | 2.5% ของมูลค่าทั้งหมด | เก็บไว้ครบ 1 ปีจันทรคติ |
| เงินบริสุทธิ์ (โลหะเงิน) | น้ำหนัก 595 กรัม | 2.5% ของมูลค่าทั้งหมด | เก็บไว้ครบ 1 ปีจันทรคติ |
| พืชผลทางการเกษตร | 653 กิโลกรัม | - 10% (ถ้าพึ่งน้ำฝนธรรมชาติ) - 5% (ถ้าต้องรดน้ำและมีต้นทุน) | จ่ายทันทีในวันเก็บเกี่ยว (ไม่ต้องรอครบปี) |
| ขุมทรัพย์ที่ขุดเจอ | เท่าเกณฑ์ขั้นต่ำของทองคำ | 20% ของมูลค่าที่พบ | จ่ายทันทีที่ขุดเจอ |
สำหรับเงินก้อนใหม่ที่เพิ่งได้มาระหว่างปี (เช่น โบนัสหรือมรดก) นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ต้องนำไปคิดรวมกับเงินเก็บก้อนเดิมทันที แต่ให้เริ่มนับรอบปีใหม่แยกเฉพาะเงินก้อนนั้น เว้นแต่จะเป็นกำไรที่งอกเงยมาจากเงินก้อนเดิม นอกจากนี้ หากเราต้องดูแลทรัพย์สินของเด็กกำพร้า ศาสนาสนับสนุนให้นำเงินนั้นไปลงทุนทำธุรกิจที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เงินนั้นค่อย ๆ หมดไปกับการหักซะกาตในทุก ๆ ปี
แนวทางการสร้างความมั่งคั่งและการออมเงินฮาลาล
แบบอย่างจากท่านหญิงคอดีญะฮ์
"ท่านหญิงคอดีญะฮ์" ภรรยาของท่านนบีมุฮัมมัด เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของผู้หญิงมุสลิมในการทำธุรกิจและการจัดการเงิน ท่านหญิงเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ ประสบความสำเร็จ และใช้ทรัพย์สินของตัวเองทั้งหมดในการทำนุบำรุงศาสนาและช่วยเหลือคนจน สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงมุสลิมสามารถค้าขาย ทำธุรกิจ และสร้างความร่ำรวยได้อย่างมีเกียรติ
ในการใช้ชีวิตประจำวัน ท่านนบีสอนให้เราใช้จ่าย กินอยู่ และแต่งกายอย่างพอดี ไม่ฟุ่มเฟือย และไม่ใช้เงินเพื่ออวดอ้างคนอื่น การทำทานแม้เพียงสิ่งเล็กน้อย เช่น อินทผลัมครึ่งซีก ก็ช่วยคุ้มครองเราได้ ท่านนบีเองก็เป็นแบบอย่างในการไม่เก็บเงินหรือทองคำเหลือใช้ไว้ในบ้านข้ามคืน โดยจะรีบนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้คนทันที นอกจากนี้ การทำทานที่ได้ผลบุญสูงสุดสำหรับผู้หญิงคือการช่วยเหลือคนในครอบครัวของเราเองเป็นอันดับแรก เช่น สามีหรือลูกหลานที่กำลังขัดสนเงินทอง
วิธีออมเงินและลงทุนแบบฮาลาลในไทย
เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งต้องห้าม เช่น ดอกเบี้ย, การทำสัญญาที่คลุมเครือไม่ชัดเจน หรือการเก็งกำไรที่คล้ายกับการพนัน, เราสามารถแบ่งเงินตามสูตรสากลง่าย ๆ คือ 50/30/20
- 50% ใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน (เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง)
- 30% ใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องการส่วนตัวแบบพอดี
- 20% หักเก็บออมและนำไปลงทุนทันทีที่ได้รายรับมา
สำหรับช่องทางการลงทุนที่ถูกต้องตามหลักการศาสนาในประเทศไทย มีดังนี้
- เปิดพอร์ตหุ้นฮาลาล: เลือกเปิดบัญชีประเภทวางเงินล่วงหน้า (Cash Balance) ซึ่งปลอดภัยเพราะไม่มีดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง และเราต้องใช้เงินสดของเราเองซื้อเท่านั้น โดยเลือกซื้อหุ้นฮาลาลที่อยู่ในดัชนี FTSE SET Shariah Index ซึ่งคัดเฉพาะหุ้นของบริษัทที่มีสัดส่วนหนี้สินติดดอกเบี้ยไม่เกิน 30% และไม่มีรายได้จากธุรกิจต้องห้าม (เช่น แอลกอฮอล์ การพนัน หรือดอกเบี้ย) เกิน 5% ของรายได้ทั้งหมด
- กองทุนรวมอิสลาม: ลงทุนง่าย ๆ ผ่านกองทุนที่ถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์ เช่น กองทุนรวมหุ้นทั่วไป (MIF), กองทุนเปิดที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศชั้นนำทั่วโลก (KT-WISLAMIC) หรือกองทุนรวมตราสารหนี้อิสลามที่ไม่พึ่งพาระบบดอกเบี้ย (M-SUKUK)
- กองทุนลดหย่อนภาษี: สำหรับคนทำงานประจำ สามารถซื้อกองทุนรวมอิสลามเพื่อการออมและลดหย่อนภาษี เช่น MIFSSF หรือ KSRMF
- สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency): หากสนใจลงทุนในช่องทางยุคใหม่นี้ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีและปรึกษาผู้รู้ทางศาสนาก่อน เพื่อให้มั่นใจว่ารูปแบบการซื้อขายถูกต้องและไม่มีการเก็งกำไรที่เสี่ยงเกินไป
สรุปแนวทางปฏิบัติเพื่อสิริมงคลในชีวิตประจำวัน
เพื่อให้ชีวิตทางการเงินของผู้หญิงมุสลิมราบรื่นและได้รับความจำเริญ ควรเริ่มต้นปฏิบัติดังนี้
- จดบันทึกรายรับ-รายจ่าย: เพื่อควบคุมไม่ให้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยตามอารมณ์
- แยกเงินเก็บส่วนตัว: รักษาสิทธิ์และเงินส่วนตัวของเรา (รวมถึงมะฮัร) ไว้ในบัญชีที่ปลอดภัยและไม่มีระบบดอกเบี้ย
- จ่ายซะกาตให้ตรงเวลา: เมื่อเงินเก็บถึงเกณฑ์และครบรอบปี ให้คำนวณจ่ายซะกาตทันทีเพื่อชำระล้างเงินให้บริสุทธิ์
- นำเงินไปลงทุนในสิ่งฮาลาล: ให้เงินทำงานผ่านช่องทางที่อนุมัติ เช่น หุ้นฮาลาล กองทุนรวมอิสลาม หรือทองคำ เพื่อสร้างความมั่นคงให้ตัวเองและครอบครัวในอนาคต
บทความที่น่าสนใจ
- ซะกาต คืออะไร ซะกาตมีกี่ประเภท และ ความสำคัญของซะกาต ในอิสลาม
- รูก่นอิสลาม 5 ประการ เสาหลักแห่งการดำเนินชีวิตของมุสลิม
- ข้อกำหนดเกี่ยวกับ มะฮัร(ค่าสินสอด) ในอิสลาม
- เปิดโลก การเงินอิสลาม เรียนรู้เรื่องธุรกรรมอิสลาม ระบบดอกเบี้ย ระบบเงินกู้
- 8 ประการ ทำให้บ้านของเรามีบารอกัต
- 5 หลักการทำงานที่เต็มไปด้วยบารอกัต
- ซูเราะห์เพิ่มพูนริสกี เพิ่มพูนบารอกัต จากอัลกุรอาน อ่านง่ายได้เยอะ
- เลิกซะ 7 สิ่งที่ทำให้ริสกี ของคู่ชีวิตลดลง
Tags: