รูก่นอิสลาม 5 ประการ เสาหลักแห่งการดำเนินชีวิตของมุสลิม
ในการดำเนินชีวิตของมุสลิม (ผู้ยอมรับนับถือศาสนาอิสลาม) มีสิ่งสำคัญสองส่วนที่ต้องเดินควบคู่กันไปเสมอ ส่วนแรกคือ "รูก่นอีมาน" (รู-ก่น-อี-มาน) หรือหลักศรัทธา 6 ประการ ซึ่งเปรียบเสมือนรากไม้ที่หยั่งลึกอยู่ในใจ และส่วนที่สองคือ "รูก่นอิสลาม" (รู-ก่น-อิด-สะ-ลาม) หรือหลักปฏิบัติ 5 ประการ ซึ่งเปรียบเสมือนลำต้น กิ่งก้าน และใบไม้ที่แสดงออกมาให้คนอื่นเห็นเป็นรูปธรรมภายนอก หากหัวใจมีความเชื่อมั่น แต่ร่างกายไม่ยอมปฏิบัติ ความเป็นมุสลิมก็ยังไม่สมบูรณ์
ท่านศาสนทูตมูฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ในหะดีษ (บันทึกคำสอน) ที่รายงานโดยท่านอับดุลลอฮ์ บิน อุมัร (ร.ฎ.) ว่า:
بُنِيَ الإِسْلاَمُ عَلَى خَمْسٍ
(คำอ่าน: บุ-นิ-ยัล-อิส-ลา-มุ-อะ-ลา-ค็อม-ซิน)
ความหมาย: "ศาสนาอิสลามนั้นถูกสร้างขึ้นบนเสาหลัก 5 ประการ..."
เจาะลึกรูก่นอิสลาม 5 ประการ พร้อมหลักฐานจากคัมภีร์
1. การปฏิญาณตน (อัช-ชะฮาดะฮ์ / อัด-ชะ-ฮา-ดะฮ์)
นี่คือประตูบานแรกสุดในการก้าวเข้าสู่ร่มเงาของศาสนาอิสลาม หากใครต้องการรับอิสลาม ก็เพียงแค่กล่าวคำปฏิญาณนี้ด้วยความจริงใจ โดยไม่ต้องผ่านพิธีกรรมทางศาสนาที่ซับซ้อน คำปฏิญาณนี้ประกอบด้วยสองประโยคสำคัญ คือ:
أَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَأَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ اللهِ
(คำอ่าน: อัช-ฮะ-ดุ-อัน-ลา-อิ-ลา-ฮะ-อิ-ลัล-ลอฮ์ วะ-อัช-ฮะ-ดุ-อัน-นะ-มุ-ฮัม-มะ-ดัร-รอ-ซู-ลุล-ลอฮ์)
ความหมาย: "ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะโดยเที่ยงแท้นอกเหนือจากอัลลอฮ์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า แท้จริงมูฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์"
- หลักฐานจากคัมภีร์อัลกุรอาน: ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน (บทที่ 3 อายะฮ์ที่ 18) ระบุว่า:
شَهِدَ اللَّهُ أَنَّهُ لَا إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ
(คำอ่าน: ชะ-ฮิ-ดัล-ลอ-ฮุ-อัน-นะ-ฮู-ลา-อิ-ลา-ฮะ-อิ-ลา-ฮู)
ความหมาย: "อัลลอฮ์ทรงยืนยันว่า แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่เที่ยงแท้นอกเหนือจากพระองค์" - หลักฐานจากหะดีษ: ท่านนบี (ศ็อลฯ) กล่าวไว้ความว่า:
"ใครก็ตามที่คำพูดสุดท้ายก่อนตายของเขาคือคำว่า 'ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮ์' (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์) เขาจะได้เข้าสวรรค์" (บันทึกโดย อบู ดาวูด)
2. การดำรงละหมาด (อัศ-ศอลาต / อัด-เศาะ-ลาต)
หากคำปฏิญาณตนคือหัวใจ การละหมาดก็คือลมหายใจที่ค้ำจุนชีวิตมุสลิมในแต่ละวัน มุสลิมทุกคนที่โตเป็นผู้ใหญ่และมีสติปัญญาดี จำเป็นต้องละหมาดวันละ 5 เวลา เพื่อเป็นการพูดคุย ระลึกถึง และรับพลังใจจากพระเจ้าท่ามกลางความวุ่นวายของโลก โดยมีช่วงเวลาดังนี้:
- ศุบฮิ (ศุบ-ฮิ) / ซุบฮ์: ช่วงแสงอรุณขึ้นจนถึงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น
- ซุฮ์ริ (ซุฮ์-ริ): ช่วงบ่ายหลังจากดวงอาทิตย์คล้อย
- อัศริ (อัด-สริ): ช่วงเย็นก่อนดวงอาทิตย์ตกดิน
- มัฆริบ (มัก-ริบ): ช่วงพลบค่ำหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
- อิชาอ์ (อิ-ชา): ช่วงค่ำหลังจากสิ้นแสงสีแดงบนท้องฟ้า
- หลักฐานจากคัมภีร์อัลกุรอาน: ซูเราะฮ์อันนิซาอ์ (บทที่ 4 อายะฮ์ที่ 103) ระบุว่า:
إِنَّ الصَّلَاةَ كَانَتْ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ كِتَابًا مَّوْقُوتًا
(คำอ่าน: อิน-นัศ-เศาะ-ลา-ตะ-คา-นัต-อะ-ลัล-มุอ์-มิ-นี-นะ-คิ-ตา-บัม-เมา-กู-ตา)
ความหมาย: "แท้จริงการละหมาดนั้นเป็นบัญญัติที่ถูกกำหนดเวลาไว้แก่บรรดาผู้ศรัทธา" - หลักฐานจากหะดีษ: ท่านนบี (ศ็อลฯ) ได้เปรียบเทียบการละหมาดห้าเวลาเสมือนการอาบน้ำชำระร่างกาย:
"หากมีแม่น้ำไหลผ่านหน้าบ้านของพวกท่าน แล้วท่านอาบน้ำชำระร่างกายในแม่น้ำนั้นวันละ 5 ครั้ง จะยังคงมีสิ่งสกปรกหลงเหลือบนตัวท่านอีกไหม? ... เช่นเดียวกัน การละหมาด 5 เวลา อัลลอฮ์จะทรงใช้ลบล้างความผิดต่างๆ ของพวกท่าน" (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)
3. การจ่ายซะกาต (อัซ-ซะกาฮ์ / อัด-ซะ-กาฮ์)
ซะกาตคือ "ทานบังคับ" ไม่ใช่แค่การบริจาคตามอารมณ์หรือตามใจชอบ แต่เป็นหน้าที่ทางกฎหมายอิสลามที่คนรวยต้องแบ่งปันทรัพย์สินส่วนเกิน (เช่น เงินสด ทองคำ สินค้า หรือพืชผล) เมื่อสะสมครบรอบ 1 ปีจันทรคติ (เรียกว่า ฮูล - เฮาล์) และมีจำนวนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ (เรียกว่า นิศอบ - นิ-ศอบ) โดยจะนำไปแจกจ่ายให้แก่คนยากจนและผู้ขัดสนรวม 8 ประเภท เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
- หลักฐานจากคัมภีร์อัลกุรอาน: ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ (บทที่ 2 อายะฮ์ที่ 43) ระบุว่า:
وَأَقِيمُوا الصَّلَاةَ وَآتُوا الزَّكَاةَ
(คำอ่าน: วะ-อะ-กี-มุศ-เศาะ-ลา-ตะ-วะ-อา-ตุซ-ซะ-กา-ตะ)
ความหมาย: "และพวกเจ้าจงดำรงการละหมาด และจงจ่ายซะกาต" - หลักฐานจากหะดีษ: เมื่อครั้งที่ท่านนบี (ศ็อลฯ) ส่งท่านมูอาซ บิน ญะบัล ไปที่ประเทศเยเมน ท่านได้สั่งเสียว่า:
"จงบอกพวกเขาว่า อัลลอฮ์ทรงกำหนดให้พวกเขาต้องจ่ายซะกาตจากทรัพย์สินของพวกเขา โดยจะถูกเก็บจากคนร่ำรวยในหมู่พวกเขา และนำไปแจกจ่ายให้แก่คนยากจนในหมู่พวกเขาเอง" (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)
4. การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน (อัศ-เศาม์ / อัด-เสาม์)
การถือศีลอดคือการงดเว้นจากการกิน การดื่ม การสูบบุหรี่ และการมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่แสงอรุณขึ้น (ก่อนอาหารเช้า) จนถึงดวงอาทิตย์ตกดิน โดยจะทำกันตลอดทั้งเดือนรอมฎอน (เดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม) นอกจากการหักห้ามใจเรื่องอาหารแล้ว มุสลิมยังต้องระวังคำพูดและการกระทำ ไม่นินทา ไม่โกหก และไม่ทำร้ายจิตใจผู้อื่น เพื่อเป็นการฝึกฝนความอดทนและความเห็นอกเห็นใจคนยากจน
- หลักฐานจากคัมภีร์อัลกุรอาน: ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ (บทที่ 2 อายะฮ์ที่ 183) ระบุว่า:
يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذِينَ مِن قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ
(คำอ่าน: ยา-อัย-ยุ-ฮัล-ละ-ธี-นะ-อา-มะ-นุ-คุ-ติ-บะ-อะ-ลัย-คุ-มุศ-ศิ-ยาม-กะ-มา-คุ-ติ-บะ-อะ-ลัล-ละ-ธี-นะ-มิน-ก็อบ-ลิ-กุม-ละ-อัล-ละ-กุม-ตัต-ตะ-กูน)
ความหมาย: "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย การถือศีลอดได้ถูกกำหนดแก่พวกเจ้าแล้ว เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดแก่ประชาชาติก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง" - หลักฐานจากหะดีษ: ท่านนบี (ศ็อลฯ) กล่าวว่า:
"ใครก็ตามที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธาและหวังในความพึงพอพระทัยของอัลลอฮ์ เขาจะได้รับการอภัยโทษในความผิดบาปที่ผ่านมาทั้งหมด" (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)
5. การประกอบพิธีฮัจญ์ (อัล-ฮัจญ์ / อัล-ฮัดจญ์)
ฮัจญ์คือการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งศาสนาไม่ได้บังคับทุกคน แต่กำหนดให้ทำ "เพียงครั้งเดียวในชีวิต" สำหรับผู้ที่มีความพร้อมเท่านั้น ความพร้อมในที่นี้หมายถึง มีร่างกายที่แข็งแรงเดินทางไหว และมีเงินทุนที่เพียงพอโดยไม่ทำให้ครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังเดือดร้อน ในพิธีฮัจญ์ ทุกคนจะสวมเสื้อผ้าสีขาวเหมือนกันหมด เป็นภาพสะท้อนว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า
- หลักฐานจากคัมภีร์อัลกุรอาน: ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน (บทที่ 3 อายะฮ์ที่ 97) ระบุว่า:
وَلِلَّهِ عَلَى النَّاسِ حِجُّ الْبَيْتِ مَنِ اسْتَطَاعَ إِلَيْهِ سَبِيلًا
(คำอ่าน: วะ-ลิล-ลา-ฮิ-อะ-ลัน-นา-สิ-หิจ-ญุล-บัย-ติ-มะ-นิส-ตะ-ฏอ-อะ-อิ-ลัย-ฮิ-สะ-บี-ลา)
ความหมาย: "และเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์เหนือมวลมนุษย์ในการทำฮัจญ์ ณ บัยตุลลอฮ์ (วิหารของพระองค์) สำหรับผู้ที่มีความสามารถเดินทางไปได้" - หลักฐานจากหะดีษ: ท่านนบี (ศ็อลฯ) กล่าวว่า:
"ผู้ใดที่ทำฮัจญ์เพื่ออัลลอฮ์ โดยไม่ได้พูดจาหยาบโลนและไม่ทำความชั่วช้าใดๆ เขาจะกลับมา (บริสุทธิ์จากบาป) ประหนึ่งวันที่มารดาเพิ่งคลอดเขาออกมา" (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)
สรุปใจความสำคัญ
รูก่นอิสลามทั้ง 5 ประการ ไม่ใช่แค่การทำตามพิธีกรรมทางศาสนาไปวันๆ แต่เป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตใจของมุสลิมให้กลายเป็นคนดี มีวินัย ตรงต่อเวลา เห็นใจเพื่อนมนุษย์ และตระหนักอยู่เสมอว่าพระเจ้าทรงเฝ้ามองดูเราในทุกวินาที เมื่อปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน ชีวิตย่อมจะพบกับความสงบสุขและความจำเริญทั้งในโลกนี้และโลกหน้าอย่างแน่นอน
บทความที่น่าสนใจ
Tags:
